Posted on 26 January 2009 by admin
สถานที่ท่องเที่ยว ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี” นั้นก็คือคำขวัญของจังหวัดปราจีนบุรี ที่เป็นดินแดนแห่งอารยธรรม เคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ ศรีมโหสถ และอุดมไปด้วยป่าเขาลำเนาไพร รวมทั้งเป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภาคกลาง ” อยู่ห่างจากกรุงเทพฯเพียง 135 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น

 |
สถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ที่รวบรวมตะเกียงถึง 10,000 ดวง มากที่สุดในประเทศไทย อยู่ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร ไปทาง อำเภอประจันตคามก็จะเห็นตะเกียงขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เมื่อเราเข้าไปถึงก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศเก่าๆ เหมือนย้อนเวลากลับไปให้ได้รำลึกถึงอดีต คุณณรงค์ อยู่สุขสุวรรณ์ ได้เล่าประวัติคร่าวๆให้ฟัง ว่า เมื่อก่อนที่บ้านเคยรับซื้อของเก่า ก็เลยได้เห็นของเก่าแก่ตั้งแต่เด็กๆ จากนั้นก็เริ่มสะสมเรื่อยมา และเริ่มสะสมจริงจังเมื่ออายุ 20 ปี จากนั้นก็ไปหาซื้อมาบ้างมีคนนำมาขายบ้างจนรู้สึกเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ จะเก็บไว้ดูคนเดียวก็กะไรอยู่ จึงคิดเปิดพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมาและใช้ชื่อว่า “ พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ ” ซึ่งเป็นนามสกุลของคุณณรงค์นั้นเอง |
 |
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีจัดแสดงของเก่าทั้งหมด 5 อาคาร แต่ละอาคารก็จะมีชื่อแตกต่างกันออกไป อย่างอาคารแรกมีชื่อว่า “ อาคารราชาวดี ” เป็นอาคารสองชั้นประกอบไปด้วย เครื่องเงิน เครื่องทองเหลือง เตารีดโบราณ เครื่องปั้นดินเผา ตู้เย็นที่ใช้น้ำมันก๊าซ ซึ่งแปลกมาก ชั้นสองเป็นชั้นที่รวบรวมตะเกียงที่หลากหลายทั้งที่ยังใช้อยู่ในปัจจุบันและที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเต็มไปหมด |
 |
สถานที่ท่องเที่ยว “ อาคารลีลาวดี ” เป็นอาคารแฝดที่เชื่อมต่อกัน มีด้วยกันหกห้อง ห้องแรกชื่อห้องราชพฤกษ์ มีถ้วยโถโอชามโบราณ ขวดน้ำอัดลมสมัยก่อน ห้องที่สองห้องชัยพฤกษ์ มีเครื่องทองเหลือง ห้องที่สามห้องกัลปพฤกษ์เป็นห้องที่รวบรวมรถจักรยานและจักรยานยนต์ หลากหลายยี่ห้อ ที่ใช้ถีบหรือเครื่องยนต์ก็ได้ในคันเดียวกัน ส่วนห้องต่อไปชื่อห้องทองกวาว ห้องนี้เห็นของที่สะสมแล้วอดนึกถึงไม่ได้ตอนเด็กๆ ที่ของเล่นยังเป็นสังกะสี และสามล้อถีบที่ปัจจุบันหาดูได้ยาก |
 |
ห้องต่อมาชื่อว่าห้องทองหลางที่จัดแสดงเกี่ยวกับพระเครื่อง ทั้งพระผงพระเหรียญมากมาย บ่งบอกถึงความชอบของเจ้าของ ห้องสุดท้ายห้องทองพันชั่ง ที่รวบรวมเกี่ยวกับเครื่องคำนวณ ตราชั่งและเครื่องตวงวัด ในรูปแบบต่างๆ |
 |
จากนั้นมาที่อาคารที่ 3 “ อาคารชวนชม ” ที่รวบรวมรูปเมืองปราจีนบุรีในสมัยก่อน นอกจากนี้ยังมี หนังสือพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 หนังสือการ์ตูน แสตมป์ และล็อตเตอรี่รุ่นแรกๆ ที่สภาพยังสมบูรณ์อยู่มาก |
|

จากนั้นเรามาที่อาคาร 4 มีชื่อว่า “ อาคารเจ้าพายุ ” เป็นอาคารรูปทรงตะเกียงที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ขึ้นไปบนอาคารจะมองเห็นทัศนียภาพของพิพิธภัณฑ์โดยรอบ
|
|

จากนั้นไปอาคารสุดท้ายอาคารที่ 5 ใช้ชื่อว่า “อาคารฟ้าประดิษฐ์ ” ที่รวบรวมเรือสมัยก่อน ที่นำไม้ทั้งต้นมาขุดเป็นเรือ นอกจากนี้ยังมีเรือนไม้ไผ่ที่ไม่ใช้ตะปูหรือลวดในการก่อสร้างเลย ทุกอาคารน่าสนใจทั้งนั้น คุณณรงค์ยังกล่าวอีกว่า อนาคตข้างหน้ามีโครงการปลูกบ้านเรือนไทยและหาของใช้สมัยโบราณมาให้ได้ชมกัน ถ้าใครอยากย้อนอดีตไม่ควรพลาดไปชมพิพิธภัณฑ์อยู่สุขสวรรณ์ให้ได้>
|
|
โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ ในอำเภอศรีมโหสถตั้งอยู่ที่บ้านโคกวัด ตำบลโคกปีบ เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 700 ไร่
|
|
รอยพระพุทธบาทคู่ อยู่บนศิลาแลงมีลักษณะคล้ายเท้ามนุษย์ กลางฝ่าพระบาทสลักรูปธรรมจักรนูนทั้งสองข้างและมีการสลักรูปกากบาท ตรงกลางมีหลุมสำหรับใช้ปักเสา ใกล้กันนั้นก็มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพบพระพุทธรูปและโบราณวัตถุเป็นจำนวนมากภายในบ่อ นิสัยคนไทยถ้าเป็นอะไรศักดิ์สิทธิ์ๆหน่อยก็จะขอแตะหรือขอนำไปสักการะเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง ที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ก็เลยมีถังน้ำและกรวยสำหรับให้นักท่องเที่ยวที่ได้มาชม สามารถนำน้ำในบ่อกลับไปบ้านได้
|
|
จากนั้นไปที่ต้นพระศรีมหาโพธิที่เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอศรีมโหสถ มีอายุราว 2000 ปี ถือได้ว่าเป็นต้นโพธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย มีความสูงราว ๓๐ ม. วัดรอบลำต้นได้ ๒๐ ม. พระศรีมหาโพธิต้นนี้เป็นกิ่งพันธุ์ต้นพระ ศรีมหาโพธิที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใต้ต้นไม้นี้ พระเจ้าทวานัมปะยะดิษฐ์ เจ้าผู้ครองเมืองศรีมโหสถในสมัยขอมเรืองอำนาจทรงส่งคณะฑูตเดินทางไปขอจากเจ้าผู้ครองนครปาตุลีบุตร ประเทศอินเดีย แต่บางกระแสก็ว่าเป็นกิ่งพันธุ์จากเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา พระศรีมหาโพธิเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มีงานนมัสการเวียนเทียนรอบพระศรีมหาโพธิในวันวิสาขบูชาเป็นประจำทุกปี ถ้าใครสนใจก็มาเที่ยวได้
|